Saturday, January 28, 2017

ค่านิยมไทย ที่ฉุดรั้งพัฒนาการประชาธิปไตย โดย ตาอยู่

เมื่อพศ.2475 ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว

และตามหลักการแล้วทุกคนในประเทศนี้ต้องอยู่ใต้กฏหมาย ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์อีกต่อไป ถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แล้ว

แต่ผมอยากถามว่า แล้วที่ผ่านมา 83ปี มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมั้ยครับ
ทุกคนอยู่ใต้กฏหมายอย่างที่บอกมั้ย
อภิสิทธิ์ชนหมดไปไหม
ขุนนาง(ข้าราชการ-นักการเมือง)เลิกคอรัปชั่นหรือปล่าว

83ปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยน เพราะเรายังมีค่านิยมแบบเดิม 

อะไรที่ทำให้ค่านิยมเก่าๆนี้ยังคงมีอยู่ในสังคม !?

สาเหตุคือ เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหนขึ้นมามีอำนาจ ก็จะชูนโยบายรักษาความเป็นไทย รักษาวัฒนะธรรมไทย เอาใว้ตลอด
โดยนึกไม่ถึง(หรือจงใจ)ว่านั่นมันคือแนวทางแบบ"อนุรักษ์นิยม"ซึ่งมันขัดต่อหลักการของระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย

สิ่งที่เราพยายามอนุรักษ์เอาใว้นั้นแท้จริงแล้วมันคือ ค่านิยมศักดินาในระบอบการปกครองแบบเก่า(สมบูรณาญาสิทธิราชย์)

เพราะฉะนั้นไม่ว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลอีกกี่ครั้ง หากมองไม่เห็นและไม่แก้ใขค่านิยมให้สอดคล้องกับระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ประเทศของเราก็ไม่มีทางเป็นสังคมแบบประชาธิปไตยได้เลย

คุณเชื่อผมไหมครับว่าแนวทางการเปลี่ยนค่านิยมนี้จะสามารถสร้างสังคมแบบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง หากคุณเชื่อ กรุณาอ่านต่อให้จบ

ก่อนที่เราจะเปลี่ยนค่านิยมได้นั้นต้องมีรัฐบาลที่เชื่อในแนวทางนี้เพราะเราต้องอาศัยกฏหมาย ระบบการศึกษาและการรณรงค์จากภาครัฐฯ เพื่อเปลี่ยนค่านิยมของประเทศ

แนวทางการเปลี่ยนค่านิยม

1,โดยกฏหมาย เช่น
-ห้ามสื่อมวลชนมอมเมาประชาชนเรื่องไสยศาสตร์
- เปลี่ยนชื่อเรียกจาก"ข้าราชการ"เป็น"พนักงานรัฐ"
-ยกเลิกกฏหมายบางมาตราที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม
-และออกกฏหมายทุกอย่างเพื่อกำจัดระบบอุปถัมภ์

2,โดยการศึกษา เช่น
-บรรจุวิชาประวัติศาสตร์การเมือง ของไทยและของโลก ให้เป็นวิชาบังคับ
(จุดประสงค์เพื่อให้คนไทยทุกคนในรุ่นต่อๆไป จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเปลี่ยนระบบการปกครองไทย สาเหตุที่เปลี่ยนคืออะไร  เปลี่ยนเพื่ออะไร)
-เน้นเรื่องสิทธิมนุษยชน 
-สร้างค่านิิยมในโรงเรียนให้เด็กๆนักเรียนทุกคนว่าเราทุกคนเป็นเจ้าของประเทศนี้เท่าๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนอยู่ใต้กฏหมายเดียวกัน และทุกคนมีความเท่าเทียมกัน เช่น "การใหว้" ให้ใช้มือพนมที่หน้าอกตำแหน่งเดียวกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยกเลิกการกราบให้ใช้การใหว้อย่างเดียว

(ชาติที่มีค่านิยมที่เคารพความเท่าเทียมเขาจะทักทายกันด้วยการจับมือหรือโอยกอดตบใหล่เหมือนๆกันทั้งหมดไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่) 

หากเราสามารถเปลี่ยนค่านิยมได้จริง เราจะสามารถพัฒนาปรเทศไทยเป็นชาติที่เจริญไม่แพ้ชาติใดๆในโลกนี้ได้ในอนาคต

No comments:

Post a Comment

Interactive EFL for Intermediate Learners by Dr. Snea Thinsan, Exercise 15

Interactive EFL for Intermediate Learners by Dr. Snea Thinsan, Exercise 15 Interactive EFL Quiz 15 ...